อดีตแนวรุก ซาดิโอ มา เน่ เปิดใจถึงความสัมพันธ์กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในช่วงที่ทั้งคู่เล่นในลิเวอร์พูลว่า ไม่ได้ใกล้ชิด นอกสนาม และมีจังหวะตึงเครียดบ้าง แต่ทั้งสองยังรักษามืออาชีพและเคารพกันเสมอ ความสัมพันธ์ของพวกเขาส่วนใหญ่อยู่ในสนามซ้อมและสนามแข่ง มันเป็นเรื่องจริงที่เราไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทที่ไปเที่ยวด้วยกันทุกวัน แต่เราเคารพซึ่งกันและกันอย่างมาก เราเข้าใจว่าเราต้องทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของทีม เขากล่าว บางครั้งก็มีสถานการณ์ที่มันยากลำบาก แต่เราเป็นมืออาชีพพอที่จะจัดการกับมันได้ ยังเน้นย้ำว่าเป้าหมายหลักของทั้งคู่คือการคว้าแชมป์ให้กับลิเวอร์พูล และพวกเขาทำทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น แม้ว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวอาจจะไม่ราบรื่นนักก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือเราทุ่มเททุกอย่างในสนามเพื่อลิเวอร์พูล นั่นคือสิ่งที่แฟนๆ สนใจ และผมคิดว่าเราทำได้ดีมากในเรื่องนั้น เขากล่าวทิ้งท้าย อ่านต่อที่นี่ PAKYOK168

จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นระหว่างมาเน่กับซาลาห์
แม้ทั้งคู่จะถูกยกให้เป็นหนึ่งในแนวรุกที่ดีที่สุดในยุโรป แต่ภายในทีมกลับมีแรงกดดันที่หลายคนมองไม่เห็น แข่งขันกันเพื่อเป็นตัวจริงและตัวจบสกอร์ และซาลาห์เป็นคนรักความสำเร็จ ต่างฝ่ายต่างต้องการเป็น คนสำคัญ ของทีม ทีเด็ดบอล ความกดดันในการทำประตูทุกนัดทำให้เกิดความตึงเครียด เหตุการณ์แจ้งเกิดดราม่าคือเกมที่แสดงอารมณ์โมโหเพราะซาลาห์ไม่จ่ายบอล แม้กำลังอยู่ในตำแหน่งที่ควรได้ยิง จุดนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เป็นคนเรียบง่าย ทำงานหนัก ไม่ชอบอยู่ในกระแส ซาลาห์เป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก มีความคาดหวังสูง ความต่างนี้ทำให้จุดมองหลายอย่างไม่ตรงกัน และนำไปสู่ความห่างเหิน
ผลกระทบต่อทีมลิเวอร์พูลและเหตุผลที่ประเด็นนี้ยังถูกพูดถึง
ผลกระทบต่อทีมลิเวอร์พูลและเหตุผลที่ประเด็นนี้ยังถูกพูดถึง ทั้งสามสร้างสถิติทั้งยิง–แอสซิสต์ระดับประวัติศาสตร์ แต่ความสัมพันธ์ที่ไม่สมบูรณ์แบบอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาจบยุคเร็วขึ้น ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของทั้งสอง สำหรับแฟนบางกลุ่ม ถูกมองว่าเป็นนักเตะที่จริงใจ ซาลาห์ถูกจับตามองเรื่องความเป็น ตัวเองก่อนทีม แต่จริง ๆ แล้วมันคือเรื่องของความกดดันมืออาชีพ เพราะทั้งคู่คือสตาร์ระดับโลก และลิเวอร์พูลยุคนั้นประสบความสำเร็จสูงมาก ทุกเรื่องเล็กในทีมจึงถูกขยายใหญ่ตามกระแส
บทสรุป
การเปิดเผยของ โจ ณัฐวุฒิ ความสัมพันธ์ที่ ไม่ราบรื่น ไม่ได้เป็นเรื่องเกลียดชัง แต่เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงการแข่งขันภายในระดับสูง และจิตวิญญาณของนักสู้ที่ต้องการคว้าชัยชนะ ด้วยความเคารพและมืออาชีพ ทั้งสองสามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพบนสนาม แม้ว่าจะไม่ได้ใกล้ชิดนอกสนามก็ตาม